0 Comments

ยาคุม

ในการรับประทานยาคุมนั้น ถ้าจะให้ผลดีที่สุดก็ควรจะรับประทานทุกวัน และตรงเวลา เพื่อให้การคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ในบางครั้งก็อาจจะมีเหตุจำเป็นที่ทำให้เราต้องเลื่อนเวลากินยาคุม หรือกระทั่งลืมไปเลย แล้วเมื่อลืมกินยาคุมก็ทำให้เป็นกังวลว่าจะท้องไหม หรือมีผลอะไรต่อการคุมกำเนิดหรือไม่ 

หากลืมกินยาคุมจะเพิ่มโอกาสให้ร่างกายตกไข่พร้อมรับการปฏิสนธิจากอสุจิได้มากขึ้น และนำไปสู่การตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดทุกวัน ก็ยังอาจตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากวิธีคุมกำเนิดด้วยการรับประทานยาล้มเหลวร้อยละ 1-2 ต่อปี ทั้งนี้ อัตราการล้มเหลวทั้งหมดคิดเป็นประมาณร้อยละ 5 ต่อปี ซึ่งอัตราดังกล่าวรวมไปถึงผู้ที่ไม่ได้รับประทานยาคุมตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอด้วย 

โอกาสเสี่ยงตั้งครรภ์อันเนื่องมาจากการลืมกินยาคุมกำเนิดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 ประการ ได้แก่ ช่วงเวลาที่ลืมกินยาคุม จำนวนยาคุมที่ลืมกิน และช่วงเวลาที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันระหว่างที่ลืมกินยาคุม นอกจากนี้ ช่วงที่ร่างกายปลอดฮอร์โมน (Hormone-Free Interval) ถือเป็นช่วงที่เสี่ยงตกไข่ได้มากที่สุด โดยภาวะร่างกายปลอดฮอร์โมนเกิดจากเริ่มกินยาคุมกำเนิดแผงใหม่ช้าหรือไม่ได้กินยาคุมกำเนิดในช่วง 3 สัปดาห์แรกของการใช้ยา 

ยาคุมแบบฮอร์โมนรวม หากที่ลืมกินยาคุมจำนวน 1 เม็ด หากลืมกินยาคุมเม็ดใดเม็ดหนึ่งบนแผงไปเพียง 1 เม็ด หรือเริ่มกินยาคุมแผงใหม่ช้าไป 1 วัน ยังไม่ถือว่าเสี่ยงตั้งครรภ์ ควรปฏิบัติ ดังนี้ 

  1. รับประทานยาคุมกำเนิดเม็ดล่าสุดที่ลืมกินทันทีที่นึกขึ้นได้ ซึ่งอาจต้องรับประทานยาคุมกำเนิด 2 เม็ดภายในวันเดียว 
  2. รับประทานยาคุมกำเนิดเม็ดที่เหลือตามปกติ

ยาคุมแบบฮอร์โมนเดี่ยว  ให้พิจารณาว่ายาคุมที่รับประทานนั้นเป็นดีโซเจสตรีล (Desogestrel) หรือไม่ โดยดูจากส่วนผสมที่ระบุบนฉลากหรือใบคำแนะนำในการใช้ยา หรือสอบถามจากเภสัชกร หากลืมกินยาคุม ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำในการใช้ยาตามแต่กรณี ดังนี้

  1. ลืมกินไม่เกิน 3 ชั่วโมง (หรือไม่เกิน 12 ชั่วโมง ในกรณีที่ยาคุมเป็นดีโซเจสตรีล) หากลืมกินยาคุมที่เป็นโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว ภายในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง หรือลืมกินยาคุมที่เป็นดีโซเจสตรีล ภายในเวลาไม่เกิน 12 ชั่วโมง ยังไม่ถือว่าเสี่ยงตั้งครรภ์ ควรปฏิบัติ ดังนี้
  • รับประทานยาคุมเม็ดล่าสุดที่ลืมกินทันทีที่นึกขึ้นได้
  • รับประทานยาคุมเม็ดถัดไปตามเวลาปกติ ซึ่งอาจต้องรับประทานยาคุมกำเนิด 2 เม็ดภายในวันเดียว
  1. ลืมกินช้ากว่า 3 ชั่วโมง (หรือช้ากว่า 12 ชั่วโมง ในกรณีที่ยาคุมเป็นดีโซเจสตรีล) หากลืมกินยาคุมที่เป็นโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว โดยลืมกินเป็นเวลามากกว่า 3 ชั่วโมง หรือลืมกินยาคุมที่เป็นดีโซเจสตรีลช้ากว่า 12 ชั่วโมง นับว่าเสี่ยงตั้งครรภ์ ควรปฏิบัติ ดังนี้
  • รับประทานยาคุมกำเนิดทันทีที่นึกขึ้นได้ โดยรับประทานเพียงเม็ดเดียวเท่านั้นแม้จะลืมกินยาคุมเพียงเม็ดเดียวหรือมากกว่านั้น
  • รับประทานยาคุมเม็ดถัดไปตามเวลาปกติ ซึ่งอาจต้องรับประทานยาคุมกำเนิด 2 เม็ด ภายในวันเดียว ได้แก่ ยาเม็ดที่กินชดเชยจากที่ลืมรับประทาน และยาเม็ดที่ต้องรับประทานตามปกติ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ
  • รับประทานยาเม็ดที่เหลือทุกวันตามเวลาปกติ
  • เลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์หรือใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นๆ ร่วมด้วยเป็นเวลา 2 วันหลังจากต้องรับประทานยาคุมเม็ดที่ลืมกิน เนื่องจากยาคุมที่เป็นโปรเจสเตอโรนอย่างเดียวจะใช้เวลา 2 วันเพื่อสร้างมูกที่ปากมดลูกป้องกันอสุจิไม่ให้เข้าไปปฏิสนธิกับไข่ ทั้งนี้ เอกสารกำกับยาที่แนบมากับยาคุมอาจจะระบุให้สวมถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 7 วันหลังจากวันที่รับประทานยาคุมเม็ดที่ลืมกิน เนื่องจากยาจะใช้เวลาเจ็ดวันเพื่อออกฤทธิ์หยุดการตกไข่
  • พิจารณาใช้ยาคุมฉุกเฉินในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันภายในช่วงสองวันหลังจากที่ลืมกินยาคุม หรือปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรร่วมด้วย

Related Posts

เมโสแฟตแก้ม

แก้มที่ดูแน่น อาจทำให้หน้าดูกลมกว่าที่คิด

เมโสแฟตแก้มกับการดูแลแก้มให้หน้าดูเบาลงอย่างเป็นธรรมชาติ แก้มเป็นจุดที่มีผลกับรูปหน้ามาก โดยเฉพาะคนที่เวลาถ่ายรูปแล้วรู้สึกว่าหน้าดูกลมกว่าตัวจริง หรือช่วงแก้มดูเต็มจนทำให้กรอบหน้าไม่ค่อยชัด แม้น้ำหนักไม่ได้ขึ้นมาก ปัญหาแบบนี้ทำให้หลายคนเริ่มสนใจเมโสแฟตแก้ม เพราะอยากดูแลไขมันสะสมบริเวณแก้มแบบเฉพาะจุด แต่ก่อนตัดสินใจทำ ควรเข้าใจก่อนว่าแก้มที่ดูเยอะไม่ได้เกิดจากไขมันเสมอไป บางคนอาจมีโครงหน้าเดิมเป็นแก้มชัด…

ไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ

ไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ โรคร้ายที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม!

เชื่อว่าทุกคนจะต้องเคยได้ยินเกี่ยวกับโรค “ไข้หวัดใหญ่” กันมาก่อนอย่างแน่นอน เพราะโรคไข้หวัดใหญ่ถือเป็นอีกหนึ่งโรคที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย อีกทั้งยังสามารถพบได้บ่อยในทุกฤดูกาลเลยทีเดียว ซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่จะเป็นโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ และจะมีความอันตรายเพิ่มมากยิ่งขึ้นหากพบในผู้สูงอายุ เพราะปกติแล้วผู้สูงอายุจะมีประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันที่ลดน้อยลง หากใครที่มีโรคประจำตัว…

Sperm Freezing

การแช่แข็งอสุจิ: ผลกระทบต่อคุณภาพน้ำเชื้อ (Sperm Freezing)

Sperm Freezing เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น  สำหรับผู้ชายที่ต้องการเก็บรักษาความสามารถในการมีบุตรในอนาคต  กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการเก็บตัวอย่างน้ำเชื้อและแช่แข็งในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส  ซึ่งช่วยหยุดกระบวนการทางชีวภาพทั้งหมดและรักษาคุณภาพของอสุจิไว้ได้เป็นเวลานาน  ผลกระทบต่อคุณภาพน้ำเชื้อ คำถามสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีนี้คือ …