
การนำลูกน้อยของคุณ ไปทำความรู้จักกับการว่ายน้ำหรือสระว่ายน้ำ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และเด็กส่วนใหญ่เองก็ชอบที่จะเล่นน้ำอยู่แล้ว และยังช่วยทำให้ลูกน้อยได้ฝึกกล้ามเนื้อ ได้ออกกำลังกาย ทำให้เด็กเกิดความรู้สึกคลายเครียดและสดชื่นในยามที่มีอากาศร้อนจัด แต่ถึงกระนั้นน้ำกับเด็ก ก็เป็น 2 สิ่งที่ ต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างสูง โดยเรามีวิธีการรักษาความปลอดภัยในการลงสระน้ำ หรือ สระว่ายน้ำ สำหรับเด็กดังนี้…
การรักษาความปลอดภัย ที่คุณห้ามประมาท
- ลูกของคุณต้องอยู่ในสายตาอย่างต่อเนื่อง
- ลูกต้องอยู่ในระยะเอื้อมมือตลอดเวลา
- พ่อแม่จะต้องพร้อมที่จะเข้าไปหาลูกในสระน้ำตลอดเวลา หากมีเหตุฉุกเฉิน
- พาเด็ก ๆ ไปด้วยทุกครั้ง แม้คุณออกจากบริเวณสระว่ายน้ำเพียงไม่นานก็ตาม
ตรวจสอบความปลอดภัยของสระว่ายน้ำ
- สระว่ายน้ำของเด็กจะต้องมีความลึก 30 ซม.
- ความปลอดภัยสระว่ายน้ำ จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน
- มีการบำรุงรักษาอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ถูกต้อง
- เข้าร่วมหลักสูตรปฐมพยาบาลทุก ๆ 3 ปีและอัปเดตทักษะการทำ CPR ทุกปี โดยการปฐมพยาบาลเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ปกครองและทุก ๆ คนที่ดูแลเด็ก
อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย จะต้องพร้อม
- ทำให้บุตรหลานของคุณมีความคุ้นเคยกับความปลอดภัยทางน้ำ โดยพาลูกเล็กของคุณไปเรียนว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำ ตั้งแต่อายุยังน้อย เด็กหลายคนสามารถเรียนว่ายน้ำได้เมื่อมีอายุ 4 – 5 ขวบ
- กรณีซื้อสระว่ายน้ำเป่าลมมาไว้ที่บ้าน หลังเล่นเสร็จต้องถ่ายน้ำออกทันที
- กำไรเป่าลมช่วยชีวิต, ห่วงยาง, เสื้อชูชีพ และอื่น ๆ เป็นอุปกรณ์ที่คุณควรมีติดบ้าน อย่างน้อยการลงน้ำทุก ๆ ครั้งให้ลูกน้อยของคุณสวมกำไรเป่าลมช่วยชีวิตไว้ก็จะสบายใจขึ้น และอย่าลืมสอนวิธีใช้ด้วย
- อธิบายว่าลูกของคุณ ควรปฏิบัติตามกฎของสระ แม้ว่าเด็กคนอื่นจะไม่ทำก็ตาม
และอย่างน้อยที่สุด ถึงแม้ว่าลูกของคุณจะยังว่ายน้ำไม่เป็นหรือยังว่ายน้ำไม่แข็งสักเท่าไรนัก ควรสอนท่าว่ายน้ำพื้นฐาน ที่จะสามารถช่วยชีวิตลูกของคุณได้ นั่นก็คือท่าว่ายน้ำปลาดาว เป็นท่าพื้นฐานเริ่มต้นที่ผู้ที่เรียนว่ายน้ำทุกคนจะได้เรียน เป็นท่าที่ใช้ในการรอคอยความช่วยเหลือ ทำให้ประหยัดพลังงานของร่างกาย ถึงแม้ว่าจะมีการว่ายน้ำที่แข็งมากถึงเพียงไหน แต่ก็อาจจะมีบางจังหวะที่รู้สึกเหนื่อยจนว่ายต่อไปไม่ไหวแล้ว หรือเกิดอาการตะคริวกิน ท่านี้ก็จะช่วยยืดเวลา เพื่อรอความช่วยเหลือได้ นั่นเอง
